
บรรดารูปต่อไปนี้เป็นการส่งอีเมล์เผยแพร่ต่อกันมา โดยอ้างว่าเป็นรูปเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนี้งในฉนวนกาซา ปาเลสไตน์ ฉนวนกาซา (Gaza Strip) เป็นชื่อเรียกอาณาบริเวณแคบๆ ขนาด 360 ตร.กม. ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในตะวันออกกลาง มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ประมาณ 1.4 ล้านคน ชื่อ "กาซา" มาจากชื่อเมืองกาซาซึ่งเป็นเมืองหลักในอาณาเขตแห่งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีชาติใดให้การรับรองฉนวนกาซาว่าเป็นดินแดนที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง บางส่วนได้ถือว่าฉนวนกาซาเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของอิสราเอล ซึ่งอิสราเอลได้ให้การปฏิเสธหลังถอนทหารเมื่อ ค.ศ.2005 อย่างไรก็ตาม อิสราเอลได้ควบคุมการเข้าออกฉนวนกาซาทั้งทางน้ำและทางอากาศ พรมแดนของฉนวนการซาถูกแบ่งโดยกองทัพอิสราเอลและอียิปต์หลังสงครามอาหรับ-อิสราเอล เมื่อปี ค.ศ.1948 หลังสหราชอาณาจักรเลิกครอบครองปาเลสไตน์ หลังจากนั้นฉนวนกาซาถูกปกครองโดยอิยิปต์ (อิสราเอลได้ครอบครองเป็นเวลาสั้นๆ คือ 4 เดือน ในช่วงวิกฤตการณ์คลองสุเอซ) แต่เมื่ออิสราเอลชนะสงครามหกวันเมื่อ ค.ศ.1967 ฉนวนกาซาเป็นหนึ่งในดินแดนที่อียิปต์เสียให้อิสราเอลด้วย เมื่อ ค.ศ.1993 อิสราเอลและปาเลสไตน์ได้ตกลงกันเซ็นสนธิสัญญาออสโล ซึ่งมีสาระสำคัญอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์มีอำนาจในการปกครองตัวเอง (อย่างจำกัด) ในเขตฉนวนกาซา เมื่อ ค.ศ.2005 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีแอเรียล ชารอน อิสราเอลได้ถอนทหารและประชาชนอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซาทั้งหมด ซึ่งหมายถึงการหมดอำนาจการปกครองของอิสราเอลที่ยาวนานถึง 36 ปี ปัจจุบัน อิสราเอลยังควบคุมการเข้าออกของฉนวนกาซาจากภายนอก ส่วนสถานะทางการเมืองระหว่างประเทศของฉนวนกาซายังไม่ได้ข้อยุติ รูปต่อไปนี้คือผลกระทบและปฏิกิริยาจากฟอสฟอรัสขาว เหตุเกิดที่โรงเรียนอันรวา (Unrwa School) ในบิอิต ลาเฮีย (Beit Lahia) เมืองกาซา ประเทศปาเลสตีน (ไตน์)

 


 

 

ฟอสฟอรัสขาวเป็นสารที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง มีสีขาวใสออกเหลือง มีกลิ่นคล้ายกระเทียม จะทำการสันดาปอย่างรวดเร็วกับออกซิเจน ทำให้เกิดประกายไฟและควันสีขาว และเมื่อได้เจอกับความชื้นจะทำปฏิกิริยาจนเกิดกรดฟอสฟอริก เมื่อสัมผัสมนุษย์ มันจะไหม้ทั้งผิวหนังและเนื้อทุกส่วนจนเหลือแต่ซากกระดูกเท่านั้น การใช้กระสุนระเบิดฟอสฟอรัสขาวกับพลเรือนถือเป็นข้อห้ามในกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามกับพลเรือนที่ไร้อาวุธ 








ปัจจุบัน มีหลายกลุ่มออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและยับยั้งหากมีการใช้ฟอสฟอรัสขาวกับพลเรือนจริง เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงไร้คุณธรรม 
จะฆ่ากันไปทำไม..เขาเหล่านั้นก็สุขและทุกข์เหมือนกับเรา เพียงแต่คิดคนละอย่าง...เราอยู่บนโลกใบนี้ด้วยเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด...จะสร้างบาปที่ไม่มีเหตุอันควรก่อนจากไปทำไมเล่า 
หากคุณตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความจริง ก็ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านอาชญากรรมนี้ได้ด้วยเจตนาและอุดมการณ์อันบริสุทธิ์ ไม่ใช่การตอบโต้แบบเอาคืน เพื่อให้โลกเป็นโลกแห่งสันติภาพที่แท้จริง ข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/thelittlestar/2009/06/26/entry-1 |